วัดเชียงมั่น
วัดที่เก่าแก่ที่สุดในตัวเมืองเชียงใหม่
171 ถ.ราชภาคินัย ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่
About This Business
เป็นวัดที่มีความสำคัญควบคู่กับการสร้างเมืองเชียงใหม่ เป็นวัดหลวงแห่งแรกที่พญามังรายโปรดเกล้าให้สร้างขึ้น เมื่อปี พ.ศ. 1839 ตรงบริเวณที่ประทับของพระองค์ระหว่างการสร้างเมืองเชียงใหม่ ที่สำคัญคือมีพระเสตังคมณีและพระพุทธรูปปางปราบช้างนาฬาคีรี ประดิษฐานอยู่ในพระวิหาร ซึ่งสามารถเข้าไปชมได้ทุกวัน
สิ่งที่น่าสนใจ
เจดีย์ช้างล้อม พญามังรายโปรดให้ก่อเจดีย์ตรงที่หอนอนบ้านเชียงมั่น ซึ่งทรงใช้เป็นที่ประทับชั่วคราวระหว่างการสร้างเมืองเชียงใหม่ ลักษณะเป็นเจดีย์ฐานสี่เหลี่ยม ด้านหน้าเป็นบันไดทางขึ้นมีช้างอยู่สองเชือก อีกสามด้านทีเหลือ
มีช้างอยู่ด้านละสามเชือก รวมทั้งหมด 15 เชือก ช้างค้ำเจดีย์เปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งการค้ำจุนพระพุทธ ศาสนา ยังพบเจดีย์ช้างล้อมแบบนี้ที่ วัดช้างค้ำ จ. น่าน ด้วย
ศิลาจารึก เป็นแผ่นหินปักบนพื้นปูน อยู่หน้าพระอุโบสถ จารึกประวัติเกี่ยวกับการสร้างวัดเชียงมั่นและการสร้างเวียงเชียงใหม่
พระเสตังคมณี หรือที่เรียกกันว่า “พระแก้วขาว” เป็นพระพุทธรูปหินสีขาวใส ปางมารวิชัย มีหน้าตักกว้าง 4 นิ้ว สูง 6 นิ้ว ศิลปะทวารวดี ตามตำนานกล่าวว่าเป็นฝีมือช่างสกุลละโว้ สลักจากแท่งศิลาสีขาวใส ส่วนฐานทำขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2471
พระพุทธรูปองค์นี้พระนางจามเทวีวงศ์ ทรงนำมาจากกรุงละโว้เมื่อคราวมาครองเมืองหริภุญไชย เมื่อพญามังรายยึดครองเมืองหริภุญไชยได้ จึงอัญเชิญมาประดิษฐานที่วัดเชียงมั่น ถือเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง เมื่อมีงานพิธีกรรมสำคัญมักจะอัญเชิญเสด็จออกร่วมพิธีด้วย
เจ้าอินทวิชยานนท์และแม่เจ้าทิพเกสร โปรดให้สร้างฐานบัลลังก์พระพุทธรูปด้วยไม้จันทร์หุ้มแผ่นทองคำ ในอดีตพระเสตังคมณีจะได้รับการอัญเชิญออกมาสรงน้ำทุกปีในงานตรุษสงกรานต์ แต่ปัจจุบันมาระงับไป เพราะฐานบัลลังก์ชำรุด
พระพุทธรูปหินปางปราบช้างนาฬาคีรี เป็นพระพุทธรูปฝีมือช่างสกุลปาละ พุทธศตวรรษที่ 13-17 ศิลปะคุปตะ เป็นรูปพระพุทธองค์ยื่นพระหัตถ์ขวาเหนือหัวช้างที่หมอบอยู่ พระพุทธรูปองค์นี้อยู่คู่กับพระเสตังคมณีมานานแต่ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่ามีความเป็นมาอย่างไร เชื่อกันว่าพญามังรายอัญเชิญมาจากหริภุญไชยคราวเดียวกันกับพระเสตังคมณี
ที่มาของปางปราบช้างนาฬาคีรี
พระเทวทัต พระอนุชาของพระนางพิมพา มีความอิจฉาพระพุทธเจ้าซึ่งมีสาวกมากมาย ด้วยเกรงว่าจะมีอำนาจมากกว่า พระเทวทัตจึงหาทางทำร้ายพระพุทธเจ้าหลายวิธี ครั้งหนึ่งขณะที่พระพุทธเจ้าและสาวกเสด็จยังเมืองราชคฤห์ พระเทวทัตได้ปล่อยช้างนาฬาคีรีซึ่งกำลังตกมัน หวังจะให้เข้าทำร้ายพระพุทธองค์ แต่เมื่อช้างนาฬาคีรีวิ่งเตลิดมาถึงหน้าพระพุทธเจ้า ก็หยุดลงนั่งหมอบนิ่ง จึงเป็นที่มาของปางปราบช้างนาฬาคีรี ส่วนพระเทวทัตภายหลังได้ถูกธรณีสูบไป